แบรนด์ดัง “Dolce & Gabbana” พังยังที่ประเทศจีน!

 

แบรนด์ดังที่มีเอกลักษณ์ที่เป็นตัวเองอย่างโดดเด่นแต่กลับถูกปฎิเสธในประเทศจีน?!

Cr. Thairath

มาอ่านประวัติ Dolce&Gabbana กันก่อนดีกว่า

Dolce&Gabbana หรือที่เราอ่านกันว่า โดลเช่ เอ กับบาน่า แบรนด์แฟชั่นแบรนด์นี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1985 จากนักดีไซน์เนอร์ที่มีความสามารถอย่าง Domenico Dolce และ Stefano Gabbana ซึ่งหากพูดถึงที่มาของชื่อแบรนด์นั้นก็คงเห็นได้ชัดเลยว่า การเริ่มต้นชื่อแบรนด์นี้นั้นก็มาจากนามสกุลของดีไซน์เนอร์ทั้งสองคนนี้นี่เอง การเริ่มต้นดีไซน์ของนักดีไซน์เนอร์ผู้มีความสามารถนี้ก็มากจาก ขาวดำ หลายคนคงยังไม่เชื่อ เพราะเมื่อเห็นแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ทีไร เป็นอันต้องหยิบแว่นตามาใส่กันทีเพราะด้วยสีสันที่ผสมผสานกันในหนึ่งชุด สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจในการนำสีสันนี้เข้ามาในแบรนด์ก็เริ่มมาจาก ความมั่นใจในตัวเองของหญิงสาวยุคใหม่ ที่ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง แน่นนอนว่าเมื่อเราพูดถึงแบรนด์ Dolce&Gabbana ก็คงต้องนึกถึงการดีไซน์สุดเก๋ หรูหรา ที่ไม่ว่าใครเดินผ่านตู้โชว์ก็ต้องเป็นที่สะดุดตา นอกจากนี้แบรนด์ใหญ่แบรนด์นี้ก็ได้ออกแบรนด์น้องอย่าง D&G ( ดีเอจี ) มาสำหรับวัยรุ่นที่สามารเลือกใส่ในชีวิตประจำวันได้

แบรนด์ Dolce&Gabbana นี้เป็นแบรนด์จากประเทศอิตาลีที่มีความเป็นผู้นำแฟชั่นสูง งานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ที่จัดขึ้นตลอดทั้งปีก็ไม่เหมือนกับงานแฟชั่นโชว์ทั่วไป เพราะบรรดาแขกที่สามารถเข้ามาชมส่วนมากเป็นแขกหรือลูกค้าที่อุดหนุนแบรนด์มากที่สุดเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามแต่ เหตุการณ์ต่อต้านแบรนด์ดังนี้ก็ได้เริ่มขึ้นจาก…

อยากที่เรานั้นทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเทศจีนมีประชากรที่สูงเป็นดับหนึ่งของโลก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหนต่างก็ต้องมีส่วนแบ่งจากตลาดจีนกันทั้งนั้น

แต่เรื่องนี้ก็เหิดขึ้นมาจาก แบรนด์หรูสัญชาติอิตาลีอย่าง Dolce & Gabbana ได้ปล่อยคลิปประชาสัมพันธ์ที่มีภาพผู้หญิงชาวจีนกำลังทานอาหารอิตาเลียนด้วยตะเกียบจึงก่อให้เกิดความไม่พอใจบนโลกออนไลน์ของประเทศจีย เพราะด้วยชาวจีนคิดว่านั่นเป็นการดูถูกวัฒนธรรมการทานอาหารของเขาด้วยการใช้ตะเกียบ และนอกจากเรื่องนั้นแล้วก็ยังเป็นเหมือนการดูถูกผู้หญิงชาวจีนที่ไม่รู้จักวิธีทานอาหารของยุโรป จนทำให้ทางแบรนด์จำเป็นต้องลบคลิปวีดิโอออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อคลิปวีดิโอนี้ถูกปล่อยออกมา ก็ทำให้ทุกคนออกมาต่อต้านอาทิเช่น Michaela Tranova แฟชั่นบล็อกเกอร์ จนสเตฟาโน่ก็ได้พิมพ์ตอบกลับไปว่า “การที่วิดีโอการให้สัมภาษณ์นั้นถูกลบออกไป ก็เพราะทางทีมงานโซเชียลมีเดียของประเทศจีนไม่ใช่เขา เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิด เขาจึงได้ตอบกลับว่า แบรนด์ของเขาสามารถอยู่ได้โดยไม่มีประเทศจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง”

การที่มีข่าวในแง่ลบนี้เกิดขึ้น นั่นก็เหมือนกับการปลุกกระแสความดราม่าหรือเหมือนกับการราดน้ำมันลงบนกองไฟนั่นเอง พวกกลุ่มคนจีนที่มักชอบแอนตี้แบรนด์ดังตอนนี้ก็ได้ออกมาร่วมกันปลุกกระแสต่อต้านแบรนด์ Dolce&Gabbana เพิ่มขึ้น ไม่เว้นแต่บล็อกเกอร์แฟชั่นชื่อดังที่มีคนติดตามมากเกือบ 1 ล้านคน

ซึ่งแน่นอนล่ะ เมื่อมีกระแสในแง่ลบแบบนี้ของแบรนด์ ก็ต้องส่งผลกระทบต่อแบรนด์น้องอย่าง D&G อย่างแน่นอน แฟชั่นโชว์ของแบรนด์นี้จึงถูกบังคับให้เลื่อนออกไปต่อในเซี่ยงไฮ้

ทั้งนี้ก็มีเหล่านักร้อง นักแสดง เซเลบริตี้คนจีนชื่อดังก็ได้ออกมาประกาศคว่ำบาตรแบรนด์นี้ และยกเลิกสัญญาแบรนด์ดังแถมลบภาพที่เคยโพสฟีเจอร์กับแบรนด์นี้อีกด้วย

แต่ยังไงตลาดจีนก็ยังมีความสำคัญทางเศรษฐกิจอยู่….

เพราะประเทศจีนเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดของโลก และคนจีนส่วนมากนิยมจับจ่ายใช้ซอยของฟุ่มเฟือยจากต่างประเทศ หรือมักจะบินไปต่างประเทศเพื่อไปท่องเที่ยว อีกทั้งค่าเงินหยวนก็มีค่าแข็งขึ้นกว่าสมัยก่อนมากทำให้คนจีนหลายคนมีกำลังเงินสูงในการซื้อของจากต่างประเทศ

ปัจจุบันนี้ทางแบรนด์ Dolce&Gabbana กระจายอยู่ทั่วประเทศจีนถึง 25 เมืองให้สามารถขายได้มากถึง 72,000 ล้านดอลลาร์ จึงไม่สามารถปฎิเสธตลาดในประเทศจีนได้ หากทางแบรนด์ตัดตลาดนี้ออไปก็คงจะเป็นเรื่องยากในการเติบโตต่อไป นิสัยของคนจีนอีกอย่างก็คือ คนจีนมีความเป็นชาตินิยมสูงมากจึงค่อนข้างยากที่จะทำให้ผู้คนเหล่านั้นกลับมาเชื่อใจในแบรนด์อีกครั้ง

ทางแบรนด์จึงได้ออกมากล่าวคำขอโทษอย่างจริงใจโดยเฉพาะสเตฟ่าโน่ที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงทางโซเชียลมีเดีย แต่สุดท้ายเขาก็ได้ให้คำพูดว่า เขาโดนแฮกบนอินสตราแกรม ทั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่แต่อย่างใด ประชากรชาวจีนจึงคิดว่าเป็นการกล่าวคำขอโทษที่ไม่จริงจังเพราะคิดว่าคำกล่าวนั้นเป็นเพียงการโยนความผิดเรื่องแฮกเท่านั้น ยังไงก็ยังคงต้องรอติดตามชมกันต่อไป

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *